หนุ่มสาวหายไปไหน?

    หลายวันก่อนผู้นำนักศึกษาของ มอ.ปัตตานี มานั่งคุยกับผม ปรับทุกข์ถึงความคับข้องใจในสถานการณ์ปัจจุบันที่นักศึกษาโดยส่วนมากไม่สนใจทำกิจกรรม ทั้งที่กิจกรรมเหล่านั้นมีประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติ

ผมฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะให้ข้อเสนอแนะในการดึงนักศึกษาเหล่านั้นกลับมาได้อย่างไร เพราะปัญหาเช่นนี้มันไม่ได้เพิ่งเกิดกับนักศึกษารุ่นนี้เท่านั้น แต่มันสะสมมาอย่างยาวนาน เพราะในฐานะที่เคยทำกิจกรรมนักศึกษามาบ้างเหมือนกันก็ประสบปัญหาเหล่านี้มาตลอด
ปัญหาหนึ่งที่พอมองเห็นลาง ๆ ก็คือสังคมสมัยใหม่ที่พวกเราอาศัยอยู่ มันไม่ใช่สังคมแห่งการแสวงหาความรู้ แต่เป็นสังคมแห่งการรับรู้ ไม่ใช่สังคมแห่งจิตสำนึกสาธารณะ แต่เป็นสังคมตัวใครตัวมัน เอารัดเอาเปรียบกัน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมนักศึกษาในเวทีกิจกรรมจึงร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ในขณะที่เธค ห้าง ร้านเกมส์ หรือเวทีคอนเสิร์ต มีนักเรียนนักศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ



ก็ไม่รู้ว่าปัญหานี้จะโทษใครดี โทษพ่อแม่ไม่สั่งสอน โทษครู-อาจารย์ ไม่อบรม โทษสังคมประเทศชาติไม่จัดการ หรือจะโทษใจตัวเองว่า "จะเก็บมาคิดทำไมวะ" ใครมีแนวคิดดี ๆ ช่วยบอกทีครับ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

วิถีพุทธ วิถีมุสลิม ต่างศาสนาแต่ใจเดียว

        ผมเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากครูมัธยมศึกษา มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นับถึงวันนี้เข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว ได้มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ในชีวิตที่ไม่เคยพบและสัมผัสมาก่อนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวของศาสนาอิสลาม

เมื่อพูดถึงศาสนาอิสลาม ผมในฐานะที่เป็นพุทธศานิกชน ก็อาจจะไม่สามารถลงรายละเอียดได้มากนัก แต่ที่เห็นและเป็นไปนั้นก็พอจะนำมาเล่าให้ฟังได้คร่าว ๆ
ศาสนาอิสลาม มีความโดดเด่นในเรื่องของหลักศรัทธาต่อพระเจ้า และการยึดมั่นในหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทั้งในเรื่อง การกิน การอยู่ ดังนั้นการเป็นชาวมุสลิมจึงจำเป็นต้องมีสติกำกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา เผลอเรออาจกระทำผิดหลักศาสนาได้
ชาวมุสลิมจะต้องอุทิศเวลาให้ศาสนาวันละ 5 ครั้ง นั่นคือการละหมาด และเมื่อถึงวันศุกร์ เป็นหน้าที่ที่ผู้ชายชาวมุสลิมทุกคนจะต้องเข้ามัสยิดเพื่อละหมาดร่วมกัน ตลอดทั้งรับฟังหลักธรรมจากพระคัมภีร์ (น่าจะเหมือนการฟังธรรมของศาสนาพุทธ) ดังนั้นเมื่อชาวมุสลิมจะต้องระลึกถึงพระเจ้าอยู่ทุกวัน และวันละหลาย ๆ ครั้งจึงทำให้เขาเหล่านั้นจำต้องยึดมั่นหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ย้อนมาดูศาสนาพุทธ (ศาสนาที่ผมนับถือครับ) ได้ชื่อว่าเป็นศาสนาที่สอนให้ใช้ปัญญาพิจารณา จึงทำให้คนที่มีปัญญาสามารถเรียนรู้ เข้าถึง และนำไปปฏิบัติ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญญา โอกาสเข้าใจ เข้าถึงก็เลยมีน้อย และก็ทำไปแบบผิด ๆ
คงไม่ต้องให้ทำความระลึกถึงพระรัตนตรัย วันละ 5 ครั้งหรอก เอาแค่วันละครั้งนี่ มีชาวพุทธสักกี่คนที่ปฏิบัติ นี่ยังไม่นับหลักศีล-ธรรมอีกมากมายที่ชาวพุทธ ดูจะห่างเหินเอามาก ๆ
พระพุทธศาสนา ค่อนข้างจะให้โอกาสผู้ชายมาก เหมือนกับศาสนาอื่น ๆ เลยทีเดียวแหละ แต่ในทางตรงกันข้าม ความใกล้ชิดกับศาสนา ทะนุบำรุงศาสนา ส่วนใหญ่จะเป็นหญิง (แก่ ๆ ) มากกว่า ส่วนศาสนาอิสลามนั้นผู้ชายต้องกระทำหน้าที่ของตนตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด
วันหลังผมจะทยอยเอาวิถีชีวิตชาวมุสลิมมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ เผื่อจะเป็นกรณีตัวอย่างไปยังศาสนาอื่น ๆ ว่าทำอย่างไรเราจะธำรงรักษาศีลธรรมของทุกศาสนาให้คงอยู่คู่โลกนี้ต่อไป

ที่มา:ย่ามแดง

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS